ผมเป็นคนอ้วนครับ

อ้วนตั้งแต่จำความได้ แต่อาม่าเล่าให้ฟังว่าตอนยังจำความไม่ได้ ผมเป็นเด็กผอมมากครับ เนื่องจากกินยาก (นิสัยนี้ยังเป็นมาถึงปัจจุบัน)

อ้าว...ถ้ากินยาก ทำไมอ้วน(ฟะ)? 

อาม่าท่านจับผมโด๊ปด้วย "โสม"  ครับ มันขมเหมือน โสมอีกแบบที่มีแสงนำหน้า ใช้น้ำเปล่าเป็น Mixer เหมือนกัน แต่โสมอันนี้มีกากให้เคี้ยวตุ้ยๆๆๆ ด้วยครับ

ผลคือ มันทำให้ผมเจริญอาหาร ซึ่งเป็นที่ปลาบปลื้มของครอบครัวมาก จึงจัดการเลี้ยงดูผม ประหนึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์จากเครือ เจริญโภคภัณฑ์...

ตั้งแต่จำความได้ ผมจึงเป็นคนอ้วน

......

ผมเคยโดนถามว่า ในชีวิตนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จอะไร ผมมองย้อนกลับไป เห็นจะมีเรื่องเด่นๆ ที่ยังทำไม่ได้ คนั่นคือการเป็น "คนผอม"

คือเคยลดน้ำหนักได้ถึงจุดที่พอใจ แต่รักษาไว้ไม่ได้ สุดท้ายก็เด้งกลับมาที่เดิมอีก (แหะแหะ)

ผมจึงตั้งใจจะลดน้ำหนักเพื่อเป็นคนผอม ตามระบอบ BMI - ดัชนีมวลกาย =น้ำหนัก (กิโลกรัม) /ส่วนสูงยกกำลังสอง (เมตรกำลังสอง) - น้ำหนักปกติควรอยู่ในช่วง 18.5-24.9 ครับ

ผมลดมาได้ 8 กิโลแล้วครับ ในเวลา 3 เดือน ด้วยการเล่นฟิตเนสเน้นคาร์ดิโอ (วิ่ง ปั่นจักรยาน) กับควบคุมอาหารเย็น กินพวก ต้มจืด ส้มตำ สุกี้น้ำ แต่ก็ยังเหลืออีกกว่า 9 กิโล จึงจะถือว่าเป็นคนผอม ดังนั้น ผมก็ยังเป็นคนอ้วนอยู่ดีครับ (ค่าดัชนีมวลกายผมอยู่ที่ 26.06 ครับ)

ผมรู็ว่าทุกคนรู้ว่า ต้องทำอย่างไร จึงจะลดน้ำหนักได้อย่าง "ถูกวิธี" เพราะมันมีบอกไว้ใน หนังสือ/magazine/Ads/Internet/etc. เต็มไปหมด

ปัญหาคือ ส่วนใหญ่พูดแต่ Concept แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก จริงๆแล้วอยู่ที่ รายละเอียดปลีกย่อยต่างหาก เช่น ทำไมไม่ลงเร็วอย่างที่หวังไว้ ความท้อแท้ ความเหนื่อยหน่าย ความสุขที่อาจหายไประหว่างนั้น บลา บลา บลา

วันนี้ผมจึงตั้งใจ จะมา "แชร์" เคล็ดลับเล็กๆน้อยของผม ที่มีส่วนช่วยให้ผมลดน้ำหนักได้ ซึ่งหวังว่าจะเป็น "กำลังใจ" สำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ เหมือนที่เรารู้ๆกัน

เนื่องจากมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะ อาจต้องแบ่งเป็น หลาย Episode เพื่อหลอกให้ผู้อ่าน เข้ามาเยี่ยมชม Blog ผมนะคร้าบ

 

1.  ไปฟิตเนสเถอะครับ ถ้าอยากผอมเร็วๆ

ผมไม่ได้ ค่าโฆษณาจาก California ว้าย หรือ Fitness Fraud นะครับ  จริงๆผมออกจะ Anti Fitness ด้วยซ้ำ เพราะมันช่างน่าเบื่อ และเหนื่อยโครตๆ แถมที่สำคัญยังต้องเสียเงินอีก ซึ่งผมคิดว่า การออกกำลังไม่ควรเป็นค่าใช่จ่ายเลยซักนิด เพราะเรายังมีทางเลือกอื่นๆอยู่ แต่จะเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปครับ 

ปกติผมออกกำลังกาย"บ้าง" แต่ไม่สม่ำเสมอพอที่จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้  ผมไปเล่นบาสไม่เต็มสนามบ้าง Drive Golf บ้าง วิ่งในคอนโดประมาณ 30 นาทีบ้าง เล่น Fitness ในคอนโดบ้าง (เสียตังค์) เฉลี่ยแล้ว อาทิตย์ละ 1.5 ครั้งละกันครับ แล้วแต่ความสะดวก

จนกระทั่งครั้งหนึ่ง ผมไปเล่น fitness ที่คอนโด แล้วมี Trainer เข้ามาคุยกะผม ผมก็เลยบอกเค้าว่าผมอยากลดน้ำหนัก เค้าก็แนะนำให้ เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน อะไรก็ได้ สลับๆกันก็ได้ ให้แต่ละครังนานที่สุด เกิน 40 นาทีขึ้นไป อาทิตย์นึงอย่างน้อย 3 ครั้ง ผมก็บอกลักษณะการเล่นของผมไป ซึ่งผมวิ่ง 40 นาที เดิน 10 นาที แล้วก็ไปเล่นเครื่องยกทั้งหลาย เค้าก็เลยบอกว่า อาทิตย์นึง น่าจะได้ซัก 1Kg เดือนนึง น่าจะได้ 4Kg นะ

ผมก็ "อีนี้จริงเหรอจ้ะนายจ๋า?"

Trainer เลยบอกให้ลองดูก็ได้ อาทิตย์นึง ดูว่า จะได้จิงหรือเปล่า โดย Trainer ให้ลองชั่งน้ำหนักตอนเช้าก่อนเล่น ซึ่งเป็นน้ำหนักจริงของร่างกาย แล้วเปรียบเทียบกะน้ำหนักของอาทิตย์ถัดไป (ชั่งตอนเช้าอีกเหมือนกัน)

ผมก็เลย ลองไป 3 ครั้งในอาทิตย์นั้น โดยไม่ได้ควบคุมอาหารเย็น

ผลคือ น้ำหนักผมหายไป 1.5 KG (91.4 กก --> 89.9 กก)

ช็อคซีนีม่า...ไขมันต่ำ

ผมจึงเริ่มเห็นทางสว่างในการเป็น "คนผอม" ดังนั้น ผมจึงสมัครฟิตเนสที่คอนโดนี่แหละ จะได้ไม่ต้องขับรถไ วันไหนว่างก็ไปฟิตเนส และเป็นการตัดข้ออ้างให้ตัวเองด้วย เพราะเมื่อก่อน ขับรถไป Fitness Fraud แค่ 5 นาทียังไม่อยากไปเลย 

เหตุผลคือ...กลัวโลกร้อน

ดังนั้น ผมจึง Allocate งบประมาณด้านอื่นมาลง Fitness แทน ค่าบริการตกเดือนละ 675 บาท ว่ายน้ำได้ด้วย (ถ้าไม่เป็นสมาชิกเล่นครั้งละ 150 บาท)

แล้วผมก็เริ่มตั้งใจ ไปอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง สุดๆ ต้องไปซักครั้งใน 1 สัปดาห์ ครั้งนึงใช้เวลาประมาณ 2 ชม โดยเป็นการ เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน 1 ชม. ขึ้นไป พักประมาณ 15-20 นาที แล้วก็ไปเล่นเครื่อง เพื่อกระชับส่วนต่างๆ ประมาณ 30 นาที วันไหนครึ้มอกครึ้มใจ ก็ไปนอนอืดในสระว่ายน้ำต่อ...

สรุปแล้ว ถ้าอยากเห็นผลรวดเร็ว เข้า Fitness เถอะครับ เลือกที่สะดวกที่สุด เพื่อจะได้ตัดข้ออ้าง 108 ในการไม่ไปออกกำลังกายของเรา 

ตอนจะกินอะไรอร่อยๆ ขับรถเป็นชั่วโมง รอโต๊ะอีก 100 คิว ก็ยังทำได้นะครับ

ออกกำลังกาย อย่ากลัวโลกร้อนครับ...

 

2. มารผจญ

โบราณว่าไว้ รับปริญญา/บวช/แต่งงาน ระวังมารผจญ

โบราณอาจจะลืมกล่าวถึง การลดน้ำหนักด้วย

....

ทุกคนย่อมมีเพื่อนและครอบครัว และเพื่อน(กิน)แท้ ก็มักอยากจะพาเพื่อนไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน โดยมิได้คำนึงว่า

"อีนี้เพื่อนเมิงลดน้ำหนักอยู่นะจ้ะนายจ๋า"

จากประสบการณ์ส่วนตัว เพื่อนๆผู้น่ารักของผม ก็มักจะชวนผมไปหาอะไรอร่อยๆทานกัน แน่นอนว่าโดยมากเป็นอาหารเย็น ซึ่งหลายๆครั้ง มี Alcohol ผสมอยู่ในมื้อด้วย

นอกจากกินดึกแล้ว ยังดื่มดึกด้วย !

อนึ่ง Alcohol 1 กรัมให้พลังงาน 7 แคลลอรี่ (โปรตีน 4, คาร์โบ 4, ไขมัน 9)

ที่มา http://www.nutristrategy.com/nutrition/calories.htm

ดังนั้น มารผจญ อาจมาหาเราในรูปแบบ ความหวังดีจากเพื่อนผู้น่ารัก และครอบครัวอันเป็นที่รัก

ในหนึ่งสัปดาห์ ผมมักจะเจอประโยคคำถามแบบนี้ครับ

"เมิง..อยู่ไหน...ไป Daag นี่กะพวก Gu ป่าวววววว? ให้ไวๆๆๆๆๆ อีก 1 ชมเจอกัน เออเสร็จแล้ว ต่อนี่ด้วยนะ เหล้าเหลือ"

ผมก็บรรจงถวายประโยคคำตอบไปว่า

"ไปดิ !!!! (ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร)"

เนื่องจากเราจะต้องรับผิดชอบเพื่อนๆ และครอบครัวของเรา ด้วยการไปสังสรรค์ อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องรับผิดชอบต่อสุขภาพร่างกายของเราด้วยครับ

ดังนั้น ผมจะพยายามอย่างที่สุดในการควบคุมการกินในมื้อนั้นๆ ทั้งอาหาร และ เครื่องดื่ม 

แม้กระทั่ง บุฟเฟท์ ผมก็ต้องบอกตัวเองว่า "แค่ให้อร่อยปาก อย่าให้ลำบากน่อง" ที่จะต้องไป Burn เอาออกในวันรุ่งขึ้น เพราะมันเหนื่อยอย่างแรงครับพี่น้อง

กิน 1 ชม ออกกำลังกาย 3 ชม ยังไม่รู้จะเอาออกหมดมั้ยนั่น...

สรุปว่า มารผจญในการลดน้ำหนักก็คือ ตัวเรานั่นเอง ที่จะควบคุมตัวเองในการไปสังสรรค์ได้มากน้อยขนาดไหน อีกส่วนก็คือ คนรอบข้างของเรา

อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า ชีวิตเราเราต้องดูแลเองครับ เพื่อนชวนเราก็เพราะเค้าคิดถึงเรา ครอบครัวชวนเราก็เพราะเค้ารักเรา

บางครั้ง รสชาติอาหารก็ขึ้นอยู่กับบรรยากาศ และผู้ร่วมโต๊ะครับ 

 

3. อร่อยว่ะ

เคยสังเกตุมั้ยครับ ว่า "อาหารอร่อย" มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ "ความอ้วน"เช่น

ไก่ทอดแบบ Deep Fried ที่มี ผู้พันหัวขาวหนวดขาว แสยะยิ้มด้วยความอาดูร พร้อมทั้งกวักมือเรียกให้พวกเราเข้าไปกินไก่ตัดต่อพันธุกรรมชุบน้ำมันร้อนๆ หอมกรุ่นไปทั้งห้าง

อนึ่ง ผู้พันท่านนี้น่าจะเป็น "ทหารพ่อครัว" เนื่องจากว่า นอกจากท่านไม่ได้สูญเสียอวัยวะใดจากสงครามแล้ว ท่านยังมีเวลา นั่งคิดสูตรไก่ทอดด้วย

Hamburger ชิ้นโตๆ เพิ่มชีสซัก 8 แผ่น เพิ่ม 10 บาท ได้โคล่าแก้วหย่ายน้ำแข็งน้อยๆ พร้อมทั้ง French Fries แบบจัมโบ้ (โอ้..โอ้..โอ้ --> เอ็คโค่)

แกงกะทิข้นๆ

โรตีส่ายนมเยอะๆ (ถ้าโรตีร้านไหนมีการจ้าง Pretty เด็กมหาวิทยาลัย มาทำโรตี เปิดเพลงแนวร้านทำเครื่องเสียงติดรถยนต์ ผมยอมอ้วนวะ !!!!!)

ขาหมูทอด

โคขุนย่างบนเปลวมาการีน (เนยเทียมเจ้าของเดียวกะนมเทียม)

ทุเรียน ถ้าอยากเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ ต้อง ทุเรียนทอด ไม่ก็ ข้าวเหนียวทุเรียน (ซึ่งยังช่วยเพิ่มมูลค่า BMI ให้แก่ผู้บริโภคด้วย) 

โอยยยยยย...แค่คิดถึงเมนูทั้งหมด ผมก็แทบจะสำลักน้ำย่อยในกระเพาะเลยทีเดียวนะจ้ะนายจ๋า

อย่ากระนั้นเลยพี่น้อง...ถ้าอยากผอม ต้อง "ลด" อาหารประเภทอร่อยปาก ลำบางน่อง ครับ

ไม่ใช่ "งด" นะครับ ลดเฉยๆ

กินได้บ้าง แต่ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองด้วยครับ 

เคล็ดลับอย่างหนึ่งที่อยากจะแชร์อย่างแรงคือ ถ้าคุณออกกำลังใน Fitness เช่นเครื่องวิ่งหรือปั่นจักรยาน คุณจะรู้ว่า คุณได้เผลาผลาญแคลลอรี่ไปแล้วเท่าไหร่

ขอให้จำ ตอนเหนื่อยๆ เหงื่อท่วมๆ สังคมรังเกียจๆ ลิ้นห้อยออกมาจากปาก ขาขวิดไปมาบนลู่วิ่ง น้ำตาร่วงผลอยๆ ปากร้องตะโกนว่า "ไอ้เพื่อน Here"

"หอบ Daag" ขนาดนี้ มันได้เผาผลาญไปแล้วเท่าไหร่

หลังจากนั้น เวลาเกิดอาการ "เสี้ยนข้าวเหนียวทุเรียน"  ก่อนจะกระโดดขย้ำมันลงท้องของคุณ ให้ไปเปิดตารางพลังงานของอาหารแต่ละชนิด ดูก่อนครับ ว่ามันให้พลังงานเท่าไหร่

แล้วเทียบกะอาการ "หอบ Daag" ของคุณใน Fitness

คุณอาจจะเป็นเหมือนผมครับ

Daag ไม่ลง เลยทีเดียว...

.....

ไว้วันหลังจะมาต่อนะครับ มีอีกแยะที่จะแชร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาผอมด้วยกาน!!!!

#1 By ชายชาติ (202.91.19.194) on 2009-05-27 22:48

-v-


ขอบคุณครับบบ

#2 By B*9 on 2009-05-28 05:13