หายตัวไปจาก Exteen นานมากครับ เนื่่องจากภารกิจรัดตัว และไม่มีทรัพยากรอะไรจะมากลั่นกรองเป็นเรื่องราวได้
....
เคยแต่งตัวมั้ยครับ
มาถึงก็ถามโง่ๆกันเลยทีเดียว
เมื่อวานระหว่างที่ ผมนั่งทานอาหารเย็น ในห้างสุดหรูใจกลาง กทม ที่ไม่มีวันได้เงินจากผมแน่นอน (เนื่องจากผมไม่มีปัญญาซื้อสินค้าในห้างนั้น) ยกเว้นค่าจอดรถ
ผมสังเกตุเห็นการแต่งตัวของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งตรงหน้าผม
เธอสวมเสื้อเกาะอกสีดำ พร้อมทั้งสวมเสื้อคลุมซีทรูสีดำ
แค่นั้นเอง ผมก็เริ่มเกิดคำถาม
การแต่งตัวคืออะไร ?
ถ้ามอง Function ของเสื้อผ้า เสื้อผ้านั้นใช้สำหรับสวมใส่เพื่อปกปิดร่างกาย
ถ้ามอง Emotional Benefit ของเสื้อผ้า คือการบ่งบอก หรือเปิดเผย "ความเป็นตัวตน" ของผู้สวมใส่
ในขณะที่การแต่งตัวคือการ เลือกใช้เสื้อผ้าและเครื่องประดับต่างๆในการปกปิดและเปิดเผยส่วนต่างๆของร่างกาย
ผมจึงหยิบยกเรื่องนี้ ไปพูดคุยกะผู้สาวท่านหนึ่งที่ทำงานทางด้าน Fashion
ผู้สาวท่านนั้นกล่าวว่า การแต่งกาย คือการเลือกปดปิดส่วนด้อยและเลือกเปิดเผยส่วนที่เป็นจุดเด่นของร่างกาย
ประเด็นคือ
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว การแต่งกายก็คือการเลือกปกปิดส่วนด้อย และโอ้อวดจุดเด่นในร่างกายของเรา ?
ปกปิด(จุดด้อย)เพื่อเปิดเผย(จุดเด่น) และเปิดเผย(จุดเด่น)เพื่อปกปิด(จุดด้อย)
.....
ผมคิดว่าในโลกที่เราอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ต่างกันกับการแต่งตัวนะครับ
เราทุกคนล้วนมีข้อดี ข้อเสีย ปะปนกันไปในคนหนึ่งคน
ถ้าเราต่างก็ต้องการที่จะเลือกแสดง ข้อดี ของเรา เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ พร้อมทั้งซ่อนข้อเสียของเราไม่ให้คนอื่นรับรู้
อันนั้นมันก็ปรกติครับ
แต่สิ่งที่อันตรายของเรื่องนี้คือว่า การที่เราพยายามมากเกินไปที่จะปกปิดส่วนด้อย ปมด้อย ด้านมืดของตน ด้วยการไปหาสิ่งจอมปลอมมาประดับตน เพื่อไม่ให้คนอื่นมาสนใจข้อด้อยของเราเอง
ยกตัวอย่างเช่น ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าฐานะทางบ้านไม่ดี ก็ต้องพยายามหาของ Brand Name มาใช้ แล้วก็ต้องแลกด้วยอะไรบางอย่าง
ที่น่ากลัวที่สุด คือการสูญเสียความเป็นตัวตน จากการที่พยายามแสดงความเป็นตัวตนมากเกินไป
....
สำหรับผมแล้ว ผมยอมรับกับตัวเองว่า ผมมีข้อดีและข้อเสียในตัวเอง
สิ่งที่ผมทำได้คือ พยายามไม่ให้ข้อเสียของผมสร้างความเดือดร้อนแก่ตัวเองและคนรอบข้าง
และผมก็อยากให้ทุกคนเห็นตัวตนของผม ว่าผมเป็นแบบนี้แหละ นี่เป็นตัวตนของผม ยังไงก็ยังงั้น
อาจจะเปลี่ยนไปบ้างตามกาลเวลา เพราะเราต่างก็ต้องเติบโตขึ้น
แต่เนื้อแท้ของแต่ละคนนั้น ยากนักจะเปลี่ยนแปลงได้ คงใช้เวลานานเลยทีเดียว เพราะตัวตนของเราถูกหล่อหลอมขึ้นมา ผ่านทางเวลาและประสบการณ์ในชีวิต
ผมก้ยัง บ้าๆบอๆ พูดไม่รู้เรื่อง เฮฮาไปวันๆ อยากทำอะไรก็ทำ สังสรรค์บ้างบางครั้ง เอะอะมะเทิ่ง โหวกเหวกโวยวาย ฯลฯ
ผมมั่นใจว่า ต่อให้ผมโดนสลับร่าง หรือจับเปลี่ยนหน้า
คนรอบข้างผมจะต้องรู้แน่นอน ว่านี่ไม่ใช่ตัวตนของผม
เพราะทุกสิ่งที่เค้าเหล่านั้นได้เคยสัมผัส
มันคือจิตวิญญาณที่อยู่ข้างใน ไม่ใช่เครื่องประดับที่อยู่ภายนอก
....
ปล ถ้าอ่านไม่รู้เรื่อง ขออภัยนะครับ เวลามีจำกัด แต่อยากเล่าสู่กันฟังครับ ^^